Retainer ใส่ใจกับรีเทนเนอร์ซักนิด ฟันชิดเรียงสวย

ทพ. เสริมศักดิ์ จิณณวณิชย์ DDS, MSc.จัดฟันLeave a Comment

แชร์บทความนี้ให้เพื่อนของคุณได้อ่าน

รีเทนเนอร์สำคัญอย่างไร



Image

รีเทนเนอร์เป็นอีกหนึ่งปัญหาปวดใจสำหรับคนจัดฟัน 

มีปัญหากันตั้งแต่ลืมทิ้งไว้ในร้านอาหาร กลับไปตามหาก็ไม่เจอ ถึงกับคุ้ยถังขยะก็ยังหาไม่เจอ 

ลืมใส่ไป 3-4 วัน กลับมาใส่อีกครั้งก็ปวดเหลือใจ พูดไม่ชัดบ้าง น้ำลายไหลย้อยบ้าง 

ไม่ใส่นานๆก็ฟันล้ม ต้องไปจัดใหม่อีก เสียเงินค่าจัดฟันสองรอบอีก 

ผู้เขียนเองเคยเจอกระทั่งว่ามีคนที่เคยจัดฟันเสร็จจนใส่รีเทนเนอร์ไปแล้ว เตือนเพื่อนคนที่กำลังจะถอดเครื่องมือจัดฟันว่าไม่ต้องถอดเหล็ก ให้ใส่ไว้อย่างนั้นเรื่อยๆ สบายกว่าใส่รีเทนเนอร์เยอะ T-T หมอฟังแล้วปวดใจ

ต้องขอบอกก่อนเลยครับว่า ไหนๆเราก็จัดฟันกันมาแล้ว นานเสียด้วย เสียค่าใช้จ่ายในการจัดฟันมาก็หลายหมื่น อย่ามาพลาดเอาตอนจบนะครับ เผลอนิดเดียวก็อาจจะเสียเงินหมื่นอีกรอบกลับไปจัดฟันกันใหม่อีก

เรามาดูกันก่อนว่าหน้าที่จริงๆของรีเทนเนอร์นั้นคืออะไร



หน้าที่ของรีเทนเนอร์ (Retainer)

Image

Retain แปลว่า รักษาไว้ สงวนไว้ ดังนั้น Retainer ก็จะแปลว่า เครื่องมือรักษา(สภาพฟัน)ไว้ 

การจัดฟันคือการเคลื่อนฟันจากจุดที่เรียงตัวไม่สวยงามไปยังจุดที่ฟันเรียงตัวสวยงาม แต่หลังจากที่ฟันเคลื่อนที่ไปในจุดที่เราต้องการแล้ว ในช่วงแรกฟันจะยังไม่ยึดกับกระดูกรอบรากฟันและเหงือกอย่างสมบูรณ์ในช่วงแรก 

โดยทั่วไปฟันจะยึดกับกระดูกและเหงือกอย่างสมบูรณ์ใน 6-12 เดือน ในระหว่างนั้นคนไข้อาจจะรู้สึกได้ว่าฟันยังไม่ค่อยแน่น เศษอาหารยังติดได้ง่ายอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ในจุดนี้ รีเทนเนอร์จะมีบทบาทสำคัญในการตรึงฟันให้อยู่กับที่ เพื่อช่วยให้กระบวนการยึดของฟันกับกระดูกรอบรากฟันเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ 

หลังจากที่ฟันยึดสมบูรณ์แล้ว การใส่รีเทนเนอร์ไว้ตลอดเวลาอาจจะไม่จำเป็น อาจจะใส่เพียงแค่เวลานอน และค่อยๆลดความถี่ในการใส่ไปเรื่อยๆ ความถี่และระยะเวลาในการใส่ขึ้นอยู่การประเมินในแต่ละบุคคล โปรดสอบถามทันตแพทย์นะครับ


Image

ระยะเวลาในการใส่รีเทนเนอร์

เราควรจะต้องใส่รีเทนเนอร์อย่างมีวินัยมากๆ ในช่วง 6-12 เดือนแรก ใส่ตลอดเวลา ถอดเฉพาะเวลารับประทานอาหารและแปรงฟัน ถ้าไม่ค่อยใส่หรือใส่อย่างไม่มีวินัย แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาก็คือ ฟันอาจจะเคลื่อนออกจากที่ๆเราต้องการได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงแรกๆหลังจากถอดเหล็กจัดฟัน

เปรียบเทียบง่ายๆให้เห็นภาพ ก็เหมือนการขุดล้อมต้นไม้ ย้ายไปยังที่ดินที่ใหม่ ซึ่งเราควรจะต้องค้ำยันลำต้นเอาไว้จนกว่ารากต้นไม้ยึดกับดินอย่างสมบูรณ์ก่อน ถึงจะเอาไม้ค้ำยันออกไปได้ ลองคิดดูว่า ถ้าเราย้ายต้นไม้มา ค้ำไม้เอาไว้บ้าง ไม่ค้ำบ้าง หรือไม่ค้ำเลย จะเกิดอะไรขึ้น??


Image

หลังจากผ่าน 1 ปีแรกไปแล้วเราอาจจะค่อยๆลดความถี่ในการใส่ลงเป็นกลางคืนอย่างเดียว หรือสัปดาห์และ 4-5 คืน โดยขึ้นอยู่กับเคสนะครับ เราต้องใส่นานแค่ไหนอย่างไร สอบถามหมอจัดฟันของเราดูนะครับ 


คำถามที่พบบ่อย

ที่นี้เราจะมาตอบคำถามที่พบกันได้บ่อยๆเกี่ยวกับรีเทนเนอร์ครับ


Q: ทำไมเมื่อไม่ใส่รีเทนเนอร์หลายๆวัน กลับมาใส่ถึงปวดฟัน

A: เนื่องจากฟันยังไม่ยึดกระดูกสมบูรณ์ เมื่อไม่ใส่รีเทนเนอร์ ฟันก็อาจจะเคลื่อนไปตามแรงอื่นๆในช่องปาก ได้แก่ แรงดันของลิ้น แรงเคี้ยวอาหาร แรงดึงกลับของเนื้อเยื่อปริทันต์ เมื่อกลับมาใส่รีเทนเนอร์ รีเทนเนอร์จะพยายามผลักฟันกลับไปตามตำแหน่งเดิมที่ได้พิมพ์ฟันเอาไว้ ทำให้รู้สึกปวดได้คล้ายๆกับเวลาปรับลวดจัดฟันในวันแรกๆ ถ้าหากเราใส่รีเทนเนอร์จนฟันยึดสมบูรณ์แล้ว จะไม่เกิดอาการแบบนี้ขึ้น


Q: ไม่ชอบใส่เวลากลางวัน รู้สึกว่าพูดไม่ชัด ใส่แต่กลางคืนได้มั้ย ใส่ไปตลอดเลยก็ได้

A: หากฟันกับกระดูกและเหงือกยังยึดกันไม่สมบูรณ์ การใส่รีเทนเนอร์แต่กลางคืนตั้งแต่เริ่มต้นถอดเครื่องมือจัดฟัน อาจจะทำฟันเคลื่อนออกในเวลากลางวัน และถูกเคลื่อนกลับในเวลากลางคืน กลับไปกลับมาอย่างนี้ตลอดเวลา ทำให้ฟันไม่สามารถยึดอยู่กับกระดูกได้อย่างสมบูรณ์ซักที

หากรู้สึกว่าพูดไม่ชัด แนะนำให้ใช้รีเทนเนอร์แบบใสแทน ซึ่งจะใส่สบายกว่าแบบลวด รบกวนการออกเสียงน้อยกว่า

Image

รีเทนเนอร์แบบใส จะใส่สบายกว่าแบบลวด รบกวนการพูดน้อยกว่า แต่จะมีข้อเสียคือ อายุการใช้งานที่สั้นกว่า


Q: ถ้าจัดฟันเสร็จแล้ว แต่ยังไม่อยากถอดเครื่องมือไปใส่รีเทนเนอร์ ใส่เหล็กไปก่อนอีกซักพักได้หรือไม่ กลัวตัวเองไม่มีวินัยพอที่จะใส่รีเทนเนอร์ได้บ่อยพอ

A: ไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง เหตุผลที่รีเทนเนอร์ต้องถอดได้เพราะหมอต้องการคนไข้แปรงฟันได้ง่าย เศษอาหารไม่ติด เพื่อไม่ให้เกิดฟันผุ โรคเหงือก

การทิ้งเครื่องมือจัดฟันไว้ในปากเป็นเวลานานโดยไม่ได้พบทันตแพทย์จัดฟัน หากเกิดปัญหาใดๆขึ้นบางครั้งคนไข้อาจจะไม่รู้ตัว รู้ตัวอีกทีก็อาจจะเกิดปัญหาขึ้นมากมาย ได้แก่ ฟันผุทะลุโพรงประสาทฟัน โรคเหงือก โรครำมะนาด

Q: ไม่เคยจัดฟัน อยากใส่รีเทนเนอร์ได้มั้ย

A: ได้มั้ยก็เรียกว่าได้ แต่ควรรึเปล่า ก็ไม่ควรเท่าไหร่

เนื่องจากถึงแม้ว่าเราจะสามารถถอดทุกครั้งที่ทานอาหารและแปรงฟันเพื่อที่ได้แปรงฟันได้ง่าย แต่การใส่รีเทนเนอร์ก็ยังรบกวนกระบวนการทำความสะอาดฟันด้วยตัวเองของร่างกายอย่างเช่น การถูฟันของลิ้น การไหลของน้ำลาย อยู่บ้าง ซึ่งก็จะเพิ่มโอกาสเกิดฟันผุขึ้นบ้าง และตัวรีเทนเนอร์เองก็ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆกับคนไข้แม้แต่น้อย

ยิ่งบางคนไปทำรีเทนเนอร์แฟชั่น หรือกับทันตแพทย์เถื่อน ยิ่งไม่สมควรอย่างยิ่งครับ เนื่องจากการออกแบบรีเทนเนอร์ควรออกแบบโดยทันตแพทย์เท่านั้น การออกแบบรีเทนเนอร์ที่ไม่เหมาะสมอาจจะส่งผลเสีย ทำให้ฟันถูกเคลื่อนไปจากตำแหน่งที่ควรเป็น ไม่ต่างจากการจัดฟันแฟชั่น อีกทั้งยังทำให้ฟันผุง่ายขึ้นอีกด้วย

 

Q: แล้วถ้าฟันสวยอยู่แล้ว ไม่เคยจัดฟัน กลัวว่าต่อไปฟันจะไม่สวย ควรใส่รีเทนเนอร์มั้ย

A: ไม่จำเป็นครับ เพราะ คนที่ฟันสวยอยู่แล้ว แสดงว่าลักษณะโครงสร้างขากรรไกรพอดีกับฟันอยู่แล้ว โอกาสที่ฟันจะเคลื่อนหรือล้ม เรียกได้ว่าน้อยมากๆ 

สาเหตุหลักๆที่ทำให้ฟันเคลื่อนได้ในคนที่ไม่เคยจัดฟันก็คือ การถอนฟันแล้วไม่ใส่ฟันเทียมทดแทน หรือ โรคเหงือกและปริทันต์ ดังนั้น ถ้าฟันเรียงสวยอยู่แล้ว ก็แนะนำให้เน้นการดูแลให้ฟันสุขภาพดี ลดโอกาสการสูญเสียฟัน ซึ่งจะนำไปสู่การล้มของฟันครับ

หรือถ้าต้องการให้ฟันสวยขึ้นอาจจะพิจารณาเรื่องทันตกรรมเพื่อความงามครับ อ่านต่อ


จบไปแล้วนะครับสำหรับเรื่องราวของรีเทนเนอร์ หากเพื่อนๆมีคำถามใดๆ สามารถทิ้ง comment ไว้ได้เลยครับ จะรีบกลับมาตอบให้ครับ



รีวิวจากผู้ใช้บริการคลินิกทันตกรรม108

การดูแลของคุณหมอดีมาก พี่ๆในคลินิกบริการดีทุกคนและมีการโทรตามก่อนวันนัด1วัน

Prakaykan Paepol Avatar Prakaykan Paepol
October 21, 2022

บริการดีมากค่ะ มีการแนะนำการรักษาสุขภาพฟันที่ถูกวิธี

Praiya Thongoua Avatar Praiya Thongoua
October 21, 2022

positive review  คลินิกแนะนำดีมาก เอาใจใส่คนไข้คลินิกสะอาด พี่ๆพนักงานและคุณหมอน่ารักมาก หมอหาคลินิกที่จะจัดฟันหรือทำฟันแนะนำคลินิกทันตกรรม108เลยค่ะ ❤

น้อง ใบเฟิร์น Avatar น้อง ใบเฟิร์น
December 25, 2021

positive review  บริการดีมากค่ะ คุณหมอใจดี คลินิกสะอาด เป็นกันเอง❤️

Kanoktip Intamano Avatar Kanoktip Intamano
July 10, 2019

ดีมากคะ หมอดูแลและแนะนำดีมากค่ะ

Nui Wilailak Avatar Nui Wilailak
September 21, 2022

แชร์บทความนี้ให้เพื่อนของคุณได้อ่าน